Remarketing คืออะไร แตกต่างจาก Retargeting อย่างไร มีคำตอบ!

ในยุคที่การตลาดออนไลน์ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า Remarketing และ Retargeting อยู่บ่อยครั้ง แต่บางครั้งอาจสับสนว่าทั้งสองคำนี้มีความหมายแตกต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจและแยกแยะให้ชัดเจนว่าทั้ง Remarketing และ Retargeting คืออะไร และมีวิธีการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างไร

Remarketing การตลาดใหม่เพื่อการกลับมาเยี่ยมชมของลูกค้า

ในยุคที่การตลาดออนไลน์ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า Remarketing และ Retargeting อยู่บ่อยครั้ง แต่บางครั้งอาจสับสนว่าทั้งสองคำนี้มีความหมายแตกต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจและแยกแยะให้ชัดเจนว่าทั้ง Remarketing และ Retargeting คืออะไร และมีวิธีการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างไร

Remarketing คืออะไร?

Remarketing
Remarketing คือ กระบวนการที่ใช้ข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราเพื่อส่งโฆษณาให้กับพวกเขาอีกครั้งเมื่อพวกเขาเยี่ยมชมเว็บไซต์อื่นๆ ในเครือข่ายของโฆษณา เป้าหมายหลักของ Remarketing คือการนำผู้ใช้ที่เคยเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรากลับมาอีกครั้ง โดยการแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของพวกเขา การใช้ Remarketing จะช่วยเพิ่มโอกาสในการแปลงผู้เยี่ยมชมเป็นลูกค้าจริง

Retargeting คืออะไร?

Retargeting
Retargeting คือการติดตามผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ที่เคยเข้ามาเยี่ยมชมแล้วและแสดงโฆษณาให้กับพวกเขาอีกครั้งเพื่อกระตุ้นให้กลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์เดิมอีกครั้ง Retargeting มักใช้เทคโนโลยีการติดตามแบบคุกกี้เพื่อเก็บข้อมูลของผู้ใช้ โดยโฆษณาที่แสดงจะถูกปรับให้ตรงกับพฤติกรรมการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของผู้ใช้

ความแตกต่างระหว่าง Remarketing และ Retargeting

แม้ว่าทั้ง Remarketing และ Retargeting จะมีเป้าหมายที่คล้ายกัน คือการดึงดูดผู้เยี่ยมชมที่เคยเข้ามาแล้วกลับมาอีกครั้ง แต่มีความแตกต่างในกระบวนการและวิธีการที่ใช้ ดังนี้
  • วิธีการเก็บข้อมูล : Remarketing มักใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลของลูกค้า เช่น อีเมลแอดเดรส ขณะที่ Retargeting ใช้คุกกี้ในการติดตามผู้ใช้
  • วิธีการแสดงโฆษณา : Remarketing มักจะใช้การส่งอีเมลหรือการแสดงโฆษณาในแอพพลิเคชั่น ขณะที่ Retargeting มักใช้การแสดงโฆษณาบนเว็บไซต์ที่ผู้ใช้งานเยี่ยมชม
  • เป้าหมาย : Remarketing มักมุ่งเน้นการดึงดูดลูกค้าเก่ากลับมา ขณะที่ Retargeting มุ่งเน้นการดึงดูดผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ยังไม่ได้ทำการซื้อสินค้าให้กลับมาอีกครั้ง

วิธีการใช้งาน Remarketing และ Retargeting อย่างมีประสิทธิภาพ

ในการใช้งาน Remarketing และ Retargeting ให้มีประสิทธิภาพนั้น ควรคำนึงถึงขั้นตอนต่างๆ ดังนี้
  • กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน : การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้เราสามารถวัดผลและปรับปรุงกลยุทธ์การตลาดได้
  • สร้างข้อความที่น่าสนใจ : โฆษณาที่ใช้ใน Remarketing และ Retargeting ควรมีข้อความที่ดึงดูดและตรงกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย
  • เลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสม : การเลือกใช้แพลตฟอร์มการแสดงโฆษณาที่ตรงกับพฤติกรรมการใช้งานของกลุ่มเป้าหมายจะช่วยเพิ่มโอกาสในการแปลงเป็นลูกค้า
  • วิเคราะห์และปรับปรุง : ควรมีการวิเคราะห์ผลการใช้งานและปรับปรุงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ Remarketing และ Retargeting มีประสิทธิภาพสูงสุด

สรุป

Remarketing และ Retargeting เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการตลาดออนไลน์ที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการแปลงผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์เป็นลูกค้า แม้ว่าทั้งสองคำนี้จะมีวิธีการและกระบวนการที่แตกต่างกัน แต่ทั้งคู่สามารถทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดึงดูดลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม การเข้าใจและใช้ Remarketing และ Retargeting อย่างถูกต้องจะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตและประสบความสำเร็จในยุคดิจิทัล

แชร์
แสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง

การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า (Customer Experience หรือ CX) เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จในยุคดิจิทัล ในบทความนี้ SOCIALSIAM จะพาคุณไปทำความรู้จักกับประสบการณ์ลูกค้า (CX) อย่างละเอียด รวมถึงยกตัวอย่างเคสน่าสนใจที่ช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องนี้ได้ดียิ่งขึ้น
กลยุทธ์ทำการตลาด

ประสบการณ์ลูกค้า (CX) คืออะไร? ตัวอย่างเคสน่าสนใจ

การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า (Customer Experience หรือ CX) เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จในยุคดิจิทัล ในบทความนี้ SOCIALSIAM จะพาคุณไปทำความรู้จักกับประสบการณ์ลูกค้า (CX)

การสื่อสารแบรนด์ (Brand Communication) คือกระบวนการที่ธุรกิจใช้ในการส่งสารไปยังกลุ่มเป้าหมายผ่านช่องทางต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและเสริมสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ในใจของลูกค้า การสื่อสารแบรนด์ที่ดีจะช่วยสร้างความไว้วางใจและความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า รวมถึงสามารถสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งได้ด้วย
กลยุทธ์ทำการตลาด

Brand Communication คืออะไร

การสื่อสารแบรนด์ (Brand Communication) สำคัญอย่างไร การสื่อสารแบรนด์ (Brand Communication) คือกระบวนการที่ธุรกิจใช้ในการส่งสารไปยังกลุ่มเป้าหมายผ่านช่องทางต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและเสริมสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ในใจของลูกค้า การสื่อสารแบรนด์ที่ดีจะช่วยสร้างความไว้วางใจและความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า

การตลาดเชิงประสิทธิภาพ (Performance Marketing) เป็นแนวคิดที่มีความสำคัญอย่างมากในยุคดิจิทัลปัจจุบัน โดยเน้นไปที่การวัดผลและการปรับปรุงแคมเปญการตลาดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด การตลาดแบบนี้ต่างจากการตลาดทั่วไปในหลายๆ ด้าน เนื่องจากเน้นไปที่ประสิทธิภาพและการวัดผลเชิงปริมาณเป็นหลัก
กลยุทธ์ทำการตลาด

การตลาดเชิงประสิทธิภาพ (Performance Marketing) คืออะไร ต่างกับการตลาดทั่วไปอย่างไร

การตลาดเชิงประสิทธิภาพ (Performance Marketing) เป็นแนวคิดที่มีความสำคัญอย่างมากในยุคดิจิทัลปัจจุบัน โดยเน้นไปที่การวัดผลและการปรับปรุงแคมเปญการตลาดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด การตลาดแบบนี้ต่างจากการตลาดทั่วไปในหลายๆด้าน เนื่องจากเน้นไปที่ประสิทธิภาพและการวัดผลเชิงปริมาณเป็นหลัก การตลาดเชิงประสิทธิภาพคืออะไร การตลาดเชิงประสิทธิภาพหมายถึงการใช้ข้อมูลและการวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของแคมเปญการตลาด แทนที่จะใช้การตลาดแบบดั้งเดิมที่อาจเน้นไปที่การสร้างแบรนด์หรือการรับรู้ของผู้บริโภค

ไฟล์ภาพ WEBP เป็นฟอร์แมตไฟล์ภาพดิจิทัลที่พัฒนาโดย Google โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพและคุณภาพสูงกว่าไฟล์ภาพ JPEG และ PNG ไฟล์ภาพ WEBP สามารถบีบอัดภาพได้ทั้งแบบสูญเสียข้อมูล (lossy) และแบบไม่สูญเสียข้อมูล (lossless) ทำให้เป็นตัวเลือกที่ยืดหยุ่นในการใช้งานสำหรับเว็บไซต์ต่างๆ
กลยุทธ์ทำการตลาด

ไฟล์ภาพ WEBP คืออะไร ทำไมคนทำเว็บไซต์ถึงนิยมใช้แทน JPEG

การทำความเข้าใจไฟล์ภาพ WEBP ไฟล์ภาพ WEBP เป็นฟอร์แมตไฟล์ภาพดิจิทัลที่พัฒนาโดย Google โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพและคุณภาพสูงกว่าไฟล์ภาพ JPEG และ PNG

การตลาดย้อนยุค (Nostalgia Marketing) เป็นกลยุทธ์ที่นำความทรงจำและความรู้สึกที่ดีในอดีตกลับมาสู่ผู้บริโภค ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างแบรนด์และลูกค้า ความทรงจำที่ดีนั้นสามารถช่วยให้แบรนด์สร้างความจงรักภักดีและสร้างความผูกพันกับลูกค้าได้อย่างยั่งยืน
กลยุทธ์ทำการตลาด

การตลาดย้อนยุค ปลุกอดีตให้รุ่งเรืองอีกครั้งด้วย Nostalgia Marketing

การตลาดย้อนยุค ปลุกอดีตให้รุ่งเรืองอีกครั้งด้วย Nostalgia Marketing การตลาดย้อนยุค (Nostalgia Marketing) เป็นกลยุทธ์ที่นำความทรงจำและความรู้สึกที่ดีในอดีตกลับมาสู่ผู้บริโภค ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างแบรนด์และลูกค้า ความทรงจำที่ดีนั้นสามารถช่วยให้แบรนด์สร้างความจงรักภักดีและสร้างความผูกพันกับลูกค้าได้อย่างยั่งยืน

Corporate Identity หรือ CI คือการนำเสนอภาพลักษณ์และเอกลักษณ์ขององค์กรหรือแบรนด์ ผ่านองค์ประกอบต่างๆ เช่น โลโก้ สีสัน ฟอนต์ รวมถึงแนวทางการสื่อสาร เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้และจดจำแบรนด์ได้ง่ายขึ้น SOCIALSIAM ขอนำเสนอ
กลยุทธ์ทำการตลาด

ทำความรู้จักกับ Corporate Identity (CI) เพื่อสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่ดี

Corporate Identity (CI) คืออะไร? Corporate Identity หรือ CI คือการนำเสนอภาพลักษณ์และเอกลักษณ์ขององค์กรหรือแบรนด์ ผ่านองค์ประกอบต่างๆ

หัวข้อเรื่อง
Scroll to Top